ปัญหาแรงงานไทยในปัจจุบัน


 โกวิทย์ บุรพธานินทร์


                ผมในฐานะเป็นวิทยากรบรรยายกฎหมายแรงงานให้กับหอการค้าไทย สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย  สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย และเป็นประธานเครือข่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายทนายคลายทุกข์ คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  และ Cop’s Magazine ปัจจุบันเป็นวิทยากรประจำรายการทนายความทุกข์ ผู้ตอบปัญหาทาง www.decha.comซึ่งเป็นเว็บไซต์ให้ความรู้ทางกฎหมายกับประชาชนที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมสูงสุดในประเทศกว่า 11 ล้านคน ขอนำเสนอปัญหาข้อพิพาทแรงงานที่พบมากในปัจจุบันเป็นรายประเด็น ดังนี้

                1. การทำงานของลูกจ้างคนไทยกับนายจ้างที่เป็นคนต่างด้าว

                                ปัจจุบันมีคนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยเป็นจำนวนมากและมีการว่าจ้างคนไทยเป็นลูกจ้าง โดยบริษัทต่างชาติมักจะว่าจ้างสำนักงานกฎหมายอินเตอร์ลอว์เขียนสัญญาจ้างที่มีข้อความรัดกุมและเอาเปรียบลูกจ้างค่อนข้างมาก  แทบจะขยับตัวไม่ได้ อันเป็นการริดรอนสิทธิเสรีภาพของลูกจ้างเกินควร  ที่พบเห็นบ่อย เช่น การห้ามลาออกก่อนกำหนด ห้ามลาออกและไปทำงานกับคู่กับคู่แข่งภายในระยะเวลาที่กำหนด กำหนดค่าปรับเป็นจำนวนหลายเท่าหากส่งไปศึกษาดูงานในต่างประเทศหรืออบรมสัมมนาแล้วลาออกจากงานก่อนกำหนด

                2.  ลูกจ้างคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศไทย

                                ปัญหาที่พบ เช่น สโมสรฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก มีการว่าจ้างลูกจ้างเป็นคนต่างด้าวมาเป็นผู้ฝึกสอนหรือผู้จัดการทีม  โดยมีการทำสัญญาจ้างแบบมีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี แต่ปรากฎว่าไม่สามารถฝึกสอนโดยแสดงฝีมือได้ ที่เรียกว่าไร้ฝีมือหรือละทิ้งงานเกิน 3 วันติดต่อกัน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119  ทำให้ต้องเลิกจ้าง แต่ปรากฎว่าลูกจ้างซึ่งเป็นคนต่างด้าวไม่ได้ใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน  คือฟ้องศาลแรงงานในประเทศไทย  แต่กลับไปร้องฟีฟ่า เมื่อฟีฟ่าตัดสินว่าสโมสรฟุตบอลในประเทศไทยเป็นฝ่ายผิดสัญญา  ถือว่าถึงที่สุด  สมาชิกฟีฟ่าต้องปฏิบัติตามโดยไม่มีข้อแม้  หากฝ่าฝืนจะบังคับให้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ลดเกรดจากโทษพรีเมียร์ลีก มาเป็นดิวิชั่น 1 เป็นต้น  นายจ้างซึ่งเป็นคนไทยพึงต้องระมัดระวังเรื่องเหล่านี้ไว้ เพราะสร้างผลกระทบอย่างร้ายแรงกับนายจ้างที่เป็นคนไทย

                3.  การสมัครงาน ข้อบังคับ ระเบียบคำสั่งของนายจ้าง

                                ปัจจุบันยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนและไม่มีมาตรเดียว กล่าวคือ มีหลายมาตรฐาน ไม่มีการกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ว่าลูกจ้างต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง ทำให้มีปัญหาพิพาทแรงงานในชั้นศาลแรงงานเป็นจำนวนมาก กฎหมายแรงงานควรกำหนดให้มีการออกแบบเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงานที่เป็นมาตรฐานที่คุ้มครองแรงงานเหมือนกับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาของ สคบ. เช่น สัญญาเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เป็นต้น

 

                4.  สวัสดิการในกฎหมายแรงงาน

                                ควรระบุให้ชัดเจนว่า  สวัสดิการหมายถึงอะไรบ้าง เพราะปัจจุบันยังเป็นปัญหาในศาลฎีกาต้องตีความว่า  อะไรคือสวัสดิการ อะไรคือเงินที่จ่ายเพื่อให้ลูกจ้างทำงานมากขึ้นกว่าปกติ  อะไรคือค่าจ้าง  และกฎหมายแรงงานควรกำหนดเกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการให้ชัดเจนว่าหมายถึงอะไรบ้าง  เพื่อมิให้เกิดกรณีพิพาทแรงงานในอนาคต

                5.  ลูกจ้างรายวัน

                                ปัจจุบันเท่าที่ทราบลูกจ้างรายวันมักถูกเอาเปรียบจากนายจ้าง  เช่น ไม่มีวันหยุดตามประเพณี 13 วัน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541  มาตรา 29  วรรคหนึ่ง และไม่มีการจ่ายค่าจ้างในวันหยุดตามประเพณี ตามมาตรา 56 (2) นอกจากนี้นายจ้างไม่มีการอนุญาตให้ลูกจ้างรายวันมีวันหยุดพักผ่อนประจำปี ตามมาตรา 30 ปีหนึ่งไม่น้อยกว่าหกวันทำงาน และไม่จ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างรายวันในวันหยุดพักผ่อนประจำปีแต่อย่างใด ควรแก้กฎหมายให้มีการเข้มงวดเพื่อให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกจ้างไร้ฝีมือ

                6.  ลูกจ้างคนไทยทำสัญญากับนายจ้างคนต่างด้าว

                                มีปัญหามากในปัจจุบันเพราะนายจ้างลงนามว่าจ้างในต่างประเทศ  รวมทั้งมีข้อกำหนดในสัญญาจ้างว่า ในกรณีมีข้อพิพาทแรงงานให้เสนอต่ออนุญาโตตุลาการในต่างประเทศ  ไม่สามารถฟ้องโดยตรงต่อศาลแรงงานได้ ทำให้ลูกจ้างคนไทยเสียเปรียบเพราะไม่มีค่าใช้จ่ายในการไปจ้างทนายความในต่างประเทศเพื่อร้องต่ออนุญาโตตุลาการในต่างประเทศ  รัฐควรแก้กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะเป็นปัญหามากที่ทำให้ลูกจ้างคนไทยเสียเปรียบ

                7.  คำพิพาทษาฎีกาคดีแรงงาน

                                กระทรวงแรงงานนำคำพิพากษาคดีแรงงานเผยแพร่ทางเว็บไซต์เหมือนคำพิพาทษาของศาลฎีกา  เพราะจะเป็นฐานข้อมูลที่สำคัญสำหรับนายจ้างและลูกจ้างใช้เป็นฐานข้อมูลในการทำงานร่วมกัน

 

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541

มาตรา 29 ให้นายจ้างประกาศกำหนดวันหยุดตามประเพณีให้ลูกจ้างทราบเป็นการล่วงหน้าปีหนึ่งไม่น้อยกว่าสิบสามวันโดยรวมวันแรงงานแห่งชาติตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

                                ให้นายจ้างพิจารณากำหนดวันหยุดตามประเพณีจากวันหยุดาชการประจำปี วันหยุดทางศาสนาหรือขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งท้องถิ่น

                                ในกรณีที่วันหยุดประเพณีวันใดตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ของลูกจ้างให้ลูกจ้างได้หยุดชดเชยวันหยุดตามประเพณีในวันทำงานถัดไป

                                ในกรณีที่นายจ้างไม่อาจให้ลูกจ้างหยุดตามประเพณีได้ เนื่องจากลูกจ้างทำงานที่มีลักษณะหรือสภาพของงานตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  ให้นายจ้างตกลงกับลูกจ้างว่า จะหยุดในวันอื่นชดเชย วันหยุดตามประเพณีหรือนายจ้างจะจ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้ก็ได้

 

มาตรา 56  ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานสำหรับวันหยุดดังต่อไปนี้

                                (2)  วันหยุดตามประเพณี

มาตรา  119 นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้

(1)       ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง

(2)       จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย

(3)       ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

(4)       ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง นายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด

(5)       ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร

(6)       ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

ในกรณี (6) ถ้าเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาณหรือความผิดลหุโทษต้องเป็นกรณีที่เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย

การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามวรรคหนึ่ง ถ้านายจ้างไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุที่เลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างหรือไม่ได้แจ้งเหตุที่เลิกจ้างให้ลูกจ้างทราบในขณะที่เลิกจ้าง นายจ้างจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้




อ่าน 12879 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 ข้อเสนอต่อปฎิญญาอาเซียน ว่าด้วยการปกป้อง-ส่งเสริมสิทธิแรงงานข้ามชาติ
 ความรู้พื้นฐานว่าด้วยรัฐสวัสดิการและสวัสดิการสังคม
 สรุปผลการสัมมนาเรื่อง แรงงานกับการพัฒนาศักยภาพและความได้เปรียบทางการแข่งขัน ของประเทศไทยเพื่อก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) 2015
 วิกฤต โอกาส และอริยวิถีการเมืองไทย: ข้อเสนอต่อประชาชนและขบวนการสหภาพแรงงาน
 คำกล่าวปาฐกถา ปลัดกระทรวงแรงงาน ในวัน นิคม จันทรวิทุร ปี 2559

 
 
 
   รำลึก...ชีวิตการงาน ศาสตราจารย์นิคม จันทรวิทุร 
   บรรณานุกรมผลงาน 
   อาจารย์ป๋วยกับจริยะธรรมในการพัฒนา 
   รำลึกถึงปรีดี และการปฎิวัติที่แท้จริง 
    อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ กับงานแรงงานของประเทศไทย  
   อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ กับงานแรงงานของประเทศไทย 
   อาจารย์ป๋วย ผู้ใหญ่ที่มีน้ำใจต่อผู้ใช้แรงงาน 
   อาจารย์ผู้สร้างระบอบประชาธิปไตยของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน 
   ระดมกำลังสติปัญญาช่วยแก้ปัญหารัฐวิสาหกิจ 
   ภาระความรับผิดชอบ ความถูกต้องของคณะกรรมการค่าจ้าง 
   ญี่ปุ่นในยุค เครื่องจักรและหุ่นยนต์ 
ดูทั้งหมด >>
 
 
 
 
หน้าหลัก | ข่าวสารและกิจกรรม | วัตถุประสงค์ | นโยบาย | คณะกรรมการ | รูปภาพ | สมุดเยี่ยมชม | ติดต่อมูลนิธิ
Copyright 2009 www.nikonfoundation.org All rights reserved.
ข้อมูลภายใต้การดูแลของ มูลนิธินิคมจันทรวิทุร   Tel : 081-6134792   E-mail : octnet74@gmail.com