แรงกดดันและผลกระทบของการเปิดเสรีต่อแรงงาน


โกวิทย์  บุรพธานินทร์


1. แนวคิดทั่วไป

        1.1  เชื่อกันว่า Globalisation และ Integration  เป็นกลไกขับดัน  (Driving Force) พัฒนาไปสู่ความเจริญ แต่อีกมิติหนึ่งมองว่า  กระบวนการดังกล่าวนำมาซึ่งการกระจายรายได้ที่ไม่เท่าเทียมมีการปรับเปลี่ยนแบบแผนการจ้างงาน (แรงงานที่ขาดการเตรียมตัวจะถูกลืมหรือประสบชะตากรรมได้ง่าย)

        1.2  เชื่อกันว่า นโยบายของรัฐบาลภายใต้กรอบความเชื่อมโยงสู่สากล  (Global Integration) ถูกกำกับโดยอิทธิพลจากต่างประเทศหรือถูกจำกัด เพราะอิทธิพลหรือแรงกดกัดจากภายนอกที่มักใช้กล่าวอ้างเสมอก็คือ การนำกระแสโลกาภิวัฒน์  มาเป็นข้ออ้างถึงความสมเหตุสมผลในการดำเนินการหรือกำหนดนโยบาย (Justification)

        1.3  ในปี 2015 การเปิดเสรีใน Asean จะครอบคลุม 5 สาขาหลักคือ กรเงิน / การลงทุน / การค้า / การบริการ / และการเคลื่อนย้ายของแรงงานฝีมือ (แตไม่ว่าสาขาใดก็ตาม ล้วนต่างต้องใช้คน)

        1.4  ปรากฎการณ์ที่เห็นชัดถึงการเปิดเสรีดังกล่าวข้างต้นก็คือ

            -  การเคลื่อนย้ายเงินทุนง่ายขึ้น (ประเทศใดเตรียมตัวไม่ทัน , มีการพัฒนาคนไม่เพียงพออาจพลาดพลั้งได้)

            -  การลงทุนข้ามชาติเพิ่มขึ้น  (เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน / การนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาสภาพแวดล้อมที่เลวลง  หากขาดการกำกับควบคุมที่ดีพอ)

            -  บทบาทของบริษัทข้ามชาติจะเข้ามามีมากขึ้น (ทำให้ต้องเผชิญปัญหาการกำกับดูแลให้ปฏิบัติตามกฎหมาย แรงงานท้องถิ่น / ปัญหาจรรยาบรรณของบริษัทข้ามชาติ)

            -  การปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต / การสร้างเครือข่ายการผลิต (คนงานที่ไม่มีฝีมือพอจะถูกกีดกันให้ตกไปสู่ตลาดล่าง)

            -  การปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ (จะเกิดปัญหา Digital Divide สำหรับแรงงานที่มีพื้นความรู้ต่ำ)

2.  ผลกระทบต่อผู้ใช้แรงงาน

        2.1  การเปิดเสรีการค้า
            -  การส่งออกอาจเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับการนำเข้า อุตสาหกรรมพื้นฐานที่ขาดการพัฒนาจะเสียเปรียบเพราะแข่งขันไม่ได้  พ่อค้านำเข้าจะทยอยสั่งเข้า  เพราะคุณภาพดีกว่าและอาจถูกกว่า แรงงานจะได้รับผลกระทบ นายจ้างจำนวนมากอาจต้องปิดกิจการ
        

        2.2  การเปิดเสรีด้านบริการ
            -  ปกติการส่งออกในรูปแบบของภาคบริการ (อาทิ การบริหารจัดการโกดังเก็บของ / การจัดทำข้อมูลการค้า /  การประสานงานติดต่อ) จะเติบโตหรือขยายตัวมากกว่าการส่งออกสินค้า (Export of goods) เพราะฉะนั้นแรงงานที่มีทักษะด้านภาษา / การประสานงานติดต่อ / การใช้คอมพิวเตอร์จะเป็นที่ต้องการมาก ปัญหาคือ แรงงานไทยมีพอหรือไม่ / หากไม่พออาจต้องนำแรงงานต่างด้าวเข้ามา
            -  บริษัทข้ามชาติที่ดำเนินงานด้านบริการ  เช่น บริษัทที่ปรึกษา / บริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่ / บริษัทด้านโทรคมนาคม / บริษัทด้านการให้บริการจัดส่ง/รับส่งสินค้า จะเข้ามามากมาย ในขณะที่การให้บริการในภาคดังกล่าวนี้ของคนไทย  ไม่สามารถสู้ได้  เพราะฐานตลาดแรงงานของไทยเรามีการใช้แรงงานเข้มข้นมาก คนไทยจะเข้ามาเป็นลูกจ้างมากกว่าเป็นผู้บริหาร / จัดการ

        2.3  การเปิดเสรีเงินทุน / การเงิน
            -  เสรีเงินทุนปกติจะช่วยทำให้เงินทุนกระจายไปยังแหล่งที่ขาดแคลน  ประเทศที่มีการออมต่ำอย่าง เช่น ประเทศด้อยพัฒนาหรือกำลังพัฒนา  ปกติจะขาดแคลนเงินทุน การไหลของเงินทุนเสรีจะช่วยประเทศดังกล่าว ในการสร้างปัจจัยพื้นฐาน  สร้างงาน และช่วยกระจายรายได้
            -  ด้วยเหตุผลที่เงินทุนเสรีไหลเร็วมาก  หรือไหลเข้าไปลงทุนในระยะสั้นๆ แล้วไหลออกด้วยเหตุผลของความง่าย และเสียค่าใช้จ่ายต่ำ  จะมีผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน และการกำกับด้านนโยบายการเงินในระดับหนึ่ง ในขณะเดียวกันความผันผวนดังกล่าวสามารถมีผลกระทบต่อการค้าได้ และท้ายสุดเมื่อกระทบต่อการค้า  ย่อมกระทบต่อการจ้างงานด้วย

        2.4  การเปิดเสรีด้านการเคลื่อนย้ายแรงงาน
            -  ในภาพบวก  ปกติการเปิดเสรีความต้องการแรงงานฝีมือมีทักษะจะมีมากกว่าความต้องการแรงงานไร้ฝีมือ หรือกึ่งฝีมือ
            -  อุตสาหกรรม หรือบริการที่ต้องการแข่งขันสูง โดยเฉพาะการแข่งขันในระดับระหว่างประเทศ  ความต้องการแรงงานที่มีคุณภาพจะมีสูง ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือประเทศกำลังพัฒนาจะเตรียมคนไม่ทัน ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในหลายสาขา
            -  ในทางกลับกัน การเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีก่อให้เกิดความไม่มั่นคงสำหรับแรงงานที่ขาดการเตรียมพร้อม  แรงงานด้อยโอกาส โดยเฉพาะแรงงานสตรีซึ่งขาดทักษะ เพราะโลกาภิวัฒน์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของคนด้อยโอกาสหรือขาดโอกาสหรือเข้าไม่ถึงการพัฒนาได้
            -  ปกติประเทศกำลังพัฒนา จะมีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัยากรธรรมชาติและกลายเป็นจุดดึงดูดการลงทุนเพื่อใช้ประโยชน์จากทรัยากรดังกล่าว แต่คนที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดคือ เจ้าของเงินทุนและแรงงานมีฝีมือมีทักษะสูง แรงงานส่วนใหญ่จะเข้าไม่ถึงหรือโอกาสเข้ามีส่วนร่วมอาจเป็นเพียงแค่ชายขอบคือเป็นลูกจ้างรับเหมาช่วงของสถานประกอบการอีกต่อหนึ่ง ผลก็คือการเกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องการกระจายรายได้
            -  เมื่อเปรียบเทียบการเคลื่อนย้ายเงินทุนกับการเคลื่อนย้ายแรงงานจะพบว่ามีความไม่สมดุลเกิดขึ้น  ปกติการเอื้ออาทรหรือการใส่ใจจะมีต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนมากกว่าแรงงาน  ผลก็คืออำนาจการต่อรองของผู้ใช้แรงงานต่ำ เพราะแรงงานถูกทดแทนได้ด้วยปัจจัยอื่น  เช่น การใช้เครื่องจักรแทนแรงงานคนหรือ แม้กระทั่งนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานแทน ก่อให้เกิดปัญหาสังคม  ปัญหาการแบ่งแยก  ปัญหาความมั่นคงในการทำงานตามมา
            -  ปกติการเปิดเสรีจะพบปัจจัย  2  ประการเพิ่มขึ้น  คือ  การเพิ่มการจ้างงานกับการเพิ่มขึ้นของอัตราการปลดคนงาน  การเพิ่มหรือลด  หากเกิดขึ้นในประเภทอุตสาหกรรมเดียวกัน โอกาสที่คนตกงานจะหางานทำในโรงงานอื่นพอมีอยู่  แต่ถ้าหากต่างอุตสาหกรรมหรือคนตกงานมีทักษะไม่สอดคล้องกับตลาดหรืออุตสาหกรรม  โอกาสที่จะตกงานระยะยาวอาจเกิดขึ้นได้
            -  ที่เป็นปรากฎการณ์เกิดขึ้นเสมอ ก็คือ การเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการจ้างงานจากภาคเกษตรไปอุตสาหกรรมและภาคอุตสาหกรรมไปสู่การขยายตัวของภาคบริการ  แต่ความไม่สมดุลมักเกิดขึ้นเสมอ กล่าวคือ ภาคอุตสาหกรรมจะขยายตัวในแง่การจ้างงานและการเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนทำงานได้มาก  โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการส่งออกเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อบริโภคภายในประเทศแต่ต้องแข่งขันกับสินค้านำเข้าโดยเฉพาะหากแข่งขันกันนำเข้ามากๆ โอกาสที่คนตกงานจะมีมากในภาคอุตสาหกรรมนำเข้าแต่ไปเพิ่มการจ้างงานในอุตสาหกรรมส่งออก ขณะเดียวกันเมื่อแข่งขันกันมากเราจะพบว่าสินค้าอุตสาหกรรมมีราคาต่ำลง หรือถูกลง แต่คนงานหรือผู้บริโภคแทนที่จะซื้อสินค้ามากขึ้นกลับเรียกร้องบริการที่ดีกว่าหรือมากกว่าเดิม

        2.5  การเชื่อมโยงทางสากลกับรูปแบบการจ้างงานใหม่ๆ
            -  การเชื่อมโยงปกติต้องการความคล่องตัว ความรวดเร็วในการตอบสนอง  การปรับตัวของคนทำงาน  ความต้องการกฎเกณฑ์ที่ลดความเข้มข้นในการกำกับหรือการขจัดกฎเกณฑ์ที่ไม่จำเป็น (Deregulation)
            -  ทิศทางดัวกล่าวจะกัดกร่อน  รูปแบบการจ้างงานเก่าๆ ที่ยึดนายจ้างรายเดียว (ความซื่อสัตย์ต่อองค์กร) การมีงานทำตลอดชีวิต  การทำงานเต็มเวลา  ลารคุ้มครองทางกฎหมายที่เข้มข้น วิถีการจ้างงานแบบนี้ค่อยๆ ถูกลดบทบาทหรือลดความเข้มข้นลงในทุกๆ ประเภทและทดแทนด้วยรูปแบบการจ้างงานใหม่ๆ อาทิ การจ้างงานชั่วคราว  การลดจ้างงานโดยกำหนดระยะเวลาแน่นอน  การรับเหมางานไปทำที่บ้าน  การจ้างงานแบบรับเหมาช่วง  การทำงานบางเวลาหรือการทำงานที่บ้าน
            -  สภาพดังกล่าวสร้างความรู้สึกในเรื่อง  ความไม่มั่นคงประเภทต่างๆ นับตั้งแต่ความไม่มั่นคงในเรื่องรายได้  ความไม่มั่นคงเรื่องช่วงระยะเวลาการทำงาน  ความไม่มั่นคงเรื่องความก้าวหน้าการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง  เป็นต้น
            -  การปรับตัวและการเพิ่มทักษะ  เพื่อให้อยู่รอด  แรงงานจำเป็นต้องปรับตัว  ปรับทักษะ  โดยขวนขวายหาความรู้  แต่ในข้อเท็จจริงความต้องการแรงงานกับการเสนอขายแรงงานมักไม่สมดุลกันอยู่เสมอ  ที่พบเสมอก็คือ  นายจ้างใช้เวลาหาคนที่มีทักษะและเป็นที่ต้องการจริงๆ  ยากขึ้นหรือใช้เวลามากขึ้นเพราะสถาบันการสอนหรือฝึกอบรมไม่ได้ฝึกอบรมหรือสอนในสิ่งที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

        2.6  ความท้าทายในปัจจุบัน
            -  แรงงานเรียกร้องความมั่นคงมากขึ้น  ในขณะที่นายจ้างขอให้มีการปรับตัว และนำระบบความคล่องตัวหรือการยืดหยุ่นเข้ามาใช้  รวมทั้งการลดกฎเกณฑ์  ลดการควบคุมและการกำกับลง            
-  การเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ได้หมายถึงการมีงานทำเพิ่มขึ้นมากพอหรือเสมอไป
-  การปรับตัวในด้านนโยบายภาษีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นรัฐจำเป็นต้องลดหย่อนหรือผ่อนคลายระบบการเก็บภาษี เพราะตลาดเสรีเข้ามาเกี่ยวข้อง ในขณะเดียวกันรัฐก็ต้องการเงินจำนวนมากเพื่อชดเชยหรือช่วยคนด้อยโอกาสหรืออ่อนแอ  รูปแบบการเก็บภาษีจะซับซ้อน  เพราะรัฐจะต้องหาทางชดเชยภาษีที่เสียไปจากการลดภาษีนำเข้าสินค้าไปเก็บภาษีอื่นแทน  ผลกระทบสามารถเกิดกับผู้ใช้แรงงานได้ โดยเฉพาะในประเทศที่มีการเก็บภาษีทางอ้อมเป็นรายได้หลัก



อ่าน 2572 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 ปัญหาแรงงานไทยในปัจจุบัน
 แรงกดดันและผลกระทบของการเปิดเสรีต่อแรงงาน
 บทวิพากษ์วันแรงงานแห่งชาติประจำปี 2553 กับ ปฐมบทของวันแรงงานสากล The Critic of the Thai National May Day in the Year 2010 and the Origin of the International May Day
 รัฐสวัสดิการกับสังคมสวัสดิการ : มุมมองทางทฤษฎี
 วันแรงงานแห่งชาติประจำปี พ.ศ. 2553

 
 
 
   รำลึก...ชีวิตการงาน ศาสตราจารย์นิคม จันทรวิทุร 
   บรรณานุกรมผลงาน 
   อาจารย์ป๋วยกับจริยะธรรมในการพัฒนา 
   รำลึกถึงปรีดี และการปฎิวัติที่แท้จริง 
    อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ กับงานแรงงานของประเทศไทย  
   อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ กับงานแรงงานของประเทศไทย 
   อาจารย์ป๋วย ผู้ใหญ่ที่มีน้ำใจต่อผู้ใช้แรงงาน 
   อาจารย์ผู้สร้างระบอบประชาธิปไตยของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน 
   ระดมกำลังสติปัญญาช่วยแก้ปัญหารัฐวิสาหกิจ 
   ภาระความรับผิดชอบ ความถูกต้องของคณะกรรมการค่าจ้าง 
   ญี่ปุ่นในยุค เครื่องจักรและหุ่นยนต์ 
ดูทั้งหมด >>
 
 
 
 
หน้าหลัก | ข่าวสารและกิจกรรม | วัตถุประสงค์ | นโยบาย | คณะกรรมการ | รูปภาพ | สมุดเยี่ยมชม | ติดต่อมูลนิธิ
Copyright 2009 www.nikonfoundation.org All rights reserved.
ข้อมูลภายใต้การดูแลของ มูลนิธินิคมจันทรวิทุร   Tel : 081-6134792   E-mail : octnet74@gmail.com