บทความหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน
( 13 มีนาคม 2517 )
นิคม จันทรวิทุร
คำพิพากษาประวัติศาสตร์
          ตั้งแต่ต้นปีใหม่จนถึงปัจจุบัน ประชาชนได้อ่านและฟังข่าวร้ายต่างๆตลอดมา เริ่มแต่การปล้นเงินเดือนของสำนักกรรมการปฏิรูปที่ดิน ตามติดมาด้วยข่าวไฟคลอกหญิงสาวที่ภูเก็ต และการฆาตกรรมนักประพันธ์หญิง แต่ทั้งหมดนี้มีข่าวที่น่ายินดีข่าวหนึ่งที่ประชนไม่น้อยอาจไม่ทราบเพราะมีหนังสือพิมพ์ไม่กี่ฉบับเสนอข่าวนี้และเป็นเพียงข่าวเล็กๆเท่านั้น ข่าวนี้ก็คือ ศาลแรงงานกลางได้พิพากษาให้นายจ้างจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าสงที่เป็นเด็กตามอัตราของกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ คำพิพากษาศาลแรงงานกลางคดีนี้เป็นการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ด้านการแรงงานและสวัสดิการสังคมของประเทศไทยซึ่งจะมีผลเกื้อกูลและผลักดัน การคุ้มครองแรงงานเด็กให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายแรงงาน

          ในแง่ของกฎหมาย คำพิพากษาของศาลแรงงานเป็นการตีความอย่างชัดแจ้งของกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำว่า ค่าจางขั้นต่ำที่ทางราชการประกาศใช้บังคับกับลูกจ้างทุกคนไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้หญิง หรือผู้ชาย ฉะนั้นการหลีกเลี่ยงใดๆเป็นการผิดกฎหมายและต้องได้รับการลงโทษ

          ในแง่สังคม คำพิพากษาฉบับนี้ยืนยันถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายแรงงานที่จะเข้าดูแลคุ้มครองเด็กและเยาวชนให้สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เป็นสมาชิกที่มีความรับผิดชอบ สังคมเด็กและเยาวชนทั่วไปในแง่แรงร่างกายและจิตใจจะต้อลงได้รับการอบรมสั่งสอน หาความรู้ ฝีมือ ประสบการณพอสมควรก่อนที่จะทำงานเป็นหลักฐาน เด็กและเยาวชนที่ที่ทำงานตั้งแต่อายุยังน้อยย่อมเสี่ยงต่อการมีอนามัยและสุขภาพเลวร้ายหมดโอกาสที่จะหาความรู้ เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะมีงานที่มีรายได้ที่มีหลักประกันไม่เพียงพอและส่งผลต่อการอบรมลูกหลานช่วงรุ่นต่อจากเขาไปด้วย

          โดยเหตุนี้คำพิพากษาของศาลแรงงานกลางครั้งนี้ย่อมจะเป็นเครื่องสังวรแก่นายจ้างว่า การจ้างแรงงานเด็กนั้นไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ตัวนายจ้างเอง ซึ่งเป็นการป้องกันมิให้เด็กทำงานก่อนวัยที่สมควร ซึ่งเป็นสิ่งดีสำหรับสังคมส่วนรวม เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมากนายจ้างโดยเฉพาะสถานประกอบการขนาดเล็ก มักจะจ้างแรงงานเด็กทำงานเพราะค่าจ้างต่ำ อย่างไรก็ดีอาจมีบางท่านค้านว่าการใช้กฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำอย่างเคร่งครัดจะทำให้เด็กว่างงานและก่อความเดือดร้อนแก่เด็กและครอบครัว ผู้เขียนยอมรับว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวมีอยู่บ้าง และในการร่างกฎหมายแรงงานซึ่งผู้เขียนก็มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ตระหนักถึงปัญหานี้ แต่เมื่อได้คำนึงผลดีผลเสียโดยเฉพาะในระยะยาวแล้ว ก็เห็นความจำเป็นที่จะต้องกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอัตราเดียว ซึ่งความจริงค่าจ้างขั้นต่ำที่กำหนดก็เป็นผลมาจากข้อหารือระหว่างตัวแทนนายจ้าง ลูกจ้าง และฝ่ายเป็นกลางสำหรับค่าจ้างที่แรงงานไม่มีฝีมือทั้งหลายควรจะได้รับเพื่อสามารถดำรงชีพอยู่ได้ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

          กล่าวโดยย่อ ค่าจ้างขั้นต่ำเป็นการประกาศเจตนารมณ์ของประเทศว่า คนทำงานไม่ว่าจะมีอายุเท่าไร เพศชายหรือหญิง เชื้อชาติ ศาสนาใดๆก็ควรจะได้รับค่าจางโดยเท่าเทียมกันตามผลของงานที่ทำและให้สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในสังคมอย่างปกติสุขตามควร

          ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะต้องปฏิบัติโดยเท่าเทียมกัน การที่จะกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำเป็นหลายอัตราและกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับเด็กเป็นพิเศษจะมีข้อเสียมาก โดยเฉพาะทำให้นายจ้างเลือกเด็กทำงานและปล่อยให้ผู้ใหญ่ว่างงาน ตัวเลขในปัจจุบันก็น่าเป็นห่วงอยู่แล้ว คือ ในขณะที่มีผู้ว่างงานอยู่ถึง 3 ล้านคน มีเด็กอยู่ระหว่าง14-20ปี ทำงานอยู่ถึง 3 ล้านคน

          ประการสุดท้ายประเทศไทยของเราได้เจริญก้าวหน้ามามากในช่วง 30 ปีที่แล้ว และทางราชการกำลังส่งเสริมเด็กและเยาวชนโดยกำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯฉบับปัจจุบัน ฉะนั้นการที่นายจ้างจะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางโดยถูกต้องและให้ลูกจ้างทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรมก็น่าที่จะเป็นเรื่องที่ควรแก่การได้รับการสนับสนุนโดยทั่วไป


อ่าน 94 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting



 
 
 
   รำลึก...ชีวิตการงาน ศาสตราจารย์นิคม จันทรวิทุร 
   บรรณานุกรมผลงาน 
   รำลึกถึงปรีดี และการปฎิวัติที่แท้จริง  
   อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ กับงานแรงงานของประเทศไทย  
    อาจารย์ป๋วย ผู้ใหญ่ที่มีน้ำใจต่อผู้ใช้แรงงาน  
    อาจารย์ผู้สร้างระบอบประชาธิปไตยของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน  
    ระดมกำลังสติปัญญาช่วยแก้ปัญหารัฐวิสาหกิจ 
    ภาระความรับผิดชอบ ความถูกต้องของคณะกรรมการค่าจ้าง  
   กรรมการค่าจ้าง-ภารกิจที่ยังไม่เสร็จ 
    ญี่ปุ่นในยุค เครื่องจักรและหุ่นยนต์  
   คำพิพากษาประวัติศาสตร์ 
ดูทั้งหมด >>
 
 
 
 
หน้าหลัก | ข่าวสารและกิจกรรม | วัตถุประสงค์ | นโยบาย | คณะกรรมการ | รูปภาพ | สมุดเยี่ยมชม | ติดต่อมูลนิธิ
Copyright 2009 www.nikonfoundation.org All rights reserved.
ข้อมูลภายใต้การดูแลของ มูลนิธินิคมจันทรวิทุร   Tel : 081-6134792   E-mail : octnet74@gmail.com