คำกล่าวปาฐกถา
หัวข้อ “การบริหารแรงงานในสังคมผู้สูงอายุ”
: สถานการณ์และข้อเสนอเพื่อการเตรียมความพร้อมของสังคมไทย

โดย
หม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน
ในงานวันนิคม จันทรวิทุร ครั้งที่ 14 ประจำปี 2559
วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม 2559 เวลา 13.45-14.15 น.

ณ ห้องประชุมจอมพล ป.พิบูลสงคราม ชั้น 5
กระทรวงแรงงาน
เรียน ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน

          ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเป็นสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ในปี พ.ศ. 2564 และคาดประมาณว่าในปี พ.ศ. 2578 จะก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super Aged Society)

          ทั้งนี้ จากข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ (United National : UN) และพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.2546 ให้นิยาม “ผู้สูงอายุ” ว่า หมายถึง ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และระดับของสังคมผู้สูงอายุตามที่กล่าวข้างต้น UN ได้กำหนดว่า “สังคมผู้สูงอายุ” (Aging Society) หมายถึง สังคมที่มีผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ ในขณะที่ “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์” (Aged Society) หมายถึง สังคมที่มีผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ และ “สังคมผู้สูงอายุสุดยอด” (Super Aged Society) หมายถึง สังคมที่มีผู้สูงอายุร้อยละ 30 ของประชากรทั้งประเทศ

          ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ มาตั้งแต่ปี 2548 จากข้อมูลการสำรวจประชากรของประเทศไทย ในปี 2558 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ มีประชากรรวม 65.1 ล้านคน เป็นผู้สูงอายุ 10.42 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 15.6

          จากการเปรียบเทียบความรวดเร็วในการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุของประเทศในภูมิภาคอาเซียน พบว่า ประเทศไทยมีอัตราเพิ่มของผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว เป็นอันดับ 2 รองจากประเทศสิงคโปร์ (อันดับ 1) โดยมีประเทศบรูไนตามมาเป็นอันดับ 3 และประเทศเวียดนามเป็นอันดับ 4 นอกจากนี้ สถานการณ์สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน อันเนื่องมาจากอัตราการเกิดลดต่ำลง จึงทำให้ประชากรวัยแรงงานลดน้อยลง สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และสังคมเป็นอย่างมาก

          การเป็นสังคมผู้สูงอายุอาจส่งผล ต้องเพิ่มระบบการจัดสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล บริการด้านสุขภาพ ด้านการปรับสภาพแวดล้อมต่างๆให้เอื้ออำนวยต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในขณะนี้สังคมมีวัยแรงงานที่เป็นที่พึ่งพิงให้กับผู้สูงอายุน้อยลง การเพิ่มระบบสวัสดิการด้านต่างๆดังกล่าวข้างต้น ล้วนแล้วแต่ทำให้รัฐมีภาระด้านงบประมาณเพิ่มขึ้นตามมา

          ปัจจุบันมีหน่วยงานหลายหน่วยงานที่มีบทบาทรับผิดชอบในการดูแลผุ้สูงอายุ โดยมีการดำเนินงานแตกต่างกันไปตามบทบาทภารกิจและอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน ในขณะนี้ทุกหน่วยงานต่างก็ปรับตัวให้การดำเนินงานของหน่วยงานสามารถรองรับสังคมผู้สูงอายุดังกล่าว

          สำหรับกระทรวงแรงงาน มีบทบาทภารกิจในการส่งเสริมด้านการประกอบอาชีพและการทำงานให้กับผู้สูงอายุ ภายใต้กรอบพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.2546 และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2553 ที่กำหนดให้กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานให้บริการเกี่ยวกับการประกอบอาชีพหรือฝึกอาชีพ นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานได้ออกประกาศ ลงวันที่ 16 กันยายน 2547 กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การคุ้มครองการส่งเสริมและสนับสนุนผู้สูงอายุในการประกอบอาชีพและฝึกอาชีพ เพื่อให้บริการเป็นประโยชน์สูงสุดผู้สูงอายุ

          การส่งเสริมอาชีพและการทำงานให้กับผู้สูงอายุอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน ทั้ง 5 กรม ซึ่งมีการดำเนินการที่ประสานเชื่อมโยงกัน ได้แก่ กรมการจัดหางาน ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำ จัดบริการข้อมูลข่าวสาร บริการจัดหางาน จัดฝึกอบรมทักษะด้านอาชีพ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน บริการพัฒนาทักษะฝีมือที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้สูงอายุ และตลาดแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ดูแล คุ้มครองผู้สูงอายุที่ทำงานให้ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน สำนักงานประกันสังคม จัดระบบการสร้างหลักประกันให้แก่แรงงาน เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ในด้านบำเหน็จ/บำนาญชราภาพ และสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานจะเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ประสานการวางแผน เพื่อส่งเสริมอาชีพและการทำงานให้กับผู้สูงอายุทั้งกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เพื่อให้เกิดการบูรณาการเชื่อมโยง และมีทิศทางเดียวกันเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้สูงอายุ

          นอกจากนี้ เพื่อให้มีทิศทางการทำงานที่ชัดเจนสามารถรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ และระดับสุดยอดในอนาคตข้างหน้า กระทรวงแรงงานได้ร่วมงานกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม ได้แก่ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย จัดทำแผนกลยุทธ์ด้านการทำงาน ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2559-2564) เพื่อเป็นกรอบทิศทางการทำงาน ซึ่งประกอบด้วย 5 กลยุทธ์ ที่ผ่านการร่วมคิดร่วมกันกำหนดเพื่อให้เหมาะสมสอดคล้องกับผู้สูงอายุ ผู้ที่เกี่ยวข้อง และสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้ง 5 กลยุทธ์ ได้แก่ 1) กลยุทธ์กระจายงานสู่บ้านและชุมชน 2) กลยุทธ์ขยายอายุเกษียณราชการ 3) กลยุทธ์ด้านการส่งเสริมการจ้างงานต่อเนื่องภาคเอกชน 4) กลยุทธ์ส่งเสริมการจ้างงานให้กับผู้สูงอายุในอาชีพที่เหมาะสมกับวัย ประสบการณ์ และสมรรถนะทางร่างกาย และ 5) กลยุทธ์การสร้างฐานข้อมูลตลาดแรงงานด้านผู้สูงอายุ ซึ่งทุกกลยุทธ์ มีแผนงาน/โครงการของหน่วยงาน/องค์กรต่างๆอยู่ภายใต้กลยุทธ์ พร้อมที่จะขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมตามช่วงเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ แผนกลยุทธ์ฯ ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมตามี่กำหนดไว้

          ในส่วนของกระทรวงแรงงาน กำหนดแผนงาน/โครงการภายใต้แผนกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ้งได้ดำเนินการไปในปี 2559 และกำหนดดำเนินการต่อเนื่องในปี 2560 ด้วย โดยกำหนดไว้เป็น 2 ด้าน

          ด้านแรก คือ การส่งเสริมการประกอบอาชีพและการทำงานให้กับผู้สูงอายุโดยตรง ได้แก่

          (1) จัดตั้งศูนย์บริการจัดหางานผู้สูงอายุ (Employment Service Center for Elderly Worker) ที่กระทรวงแรงงานและสำนักงานจัดหางาน 76 จังหวัด

          (2) จัดตั้งศูนย์ขึ้นทะเบียนหางานผู้สูงอายุ www.doe.go.th/elderly (Registration Center for elderly Worker) เพื่อรวบรวมความต้องการทำงานของผู้สูงอายุทั้งแบบมีรายได้ และแบบไม่มีรายได้ (อาสาสมัคร)

          (3) การบริการปรับปรุงกฎหมายที่เอื้อต่อการทำงานต่อเนื่องของผู้สูงอายุ ได้แก่ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ในส่วนการกำหนดอัตราค่าจ้างสำหรับผู้สูงอายุ และการแก้ไขการเกษียณอายุเป็นการเลิกจ้าง ซึ่งลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายและพระราชบัญญัติประกันสังคม ในการขยายอายุการรับบำนาญชราภาพออกไปจากเดิม

          (4) การดำเนินโครงการนำร่องสถานประกอบการจ้างผู้สูงอายุ และด้านที่ 2 คือ การศึกษาวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ในการพัฒนาแนวทางการดำเนินงาน ได้แก่ การศึกษาความเป็นไปได้ในการกำหนดอัตราค่าจ้าง Part Time และการศึกษารูปแบบการฝึกฝีมือสำหรับผู้สูงอายุ เป็นต้น

          อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของกระทรวงแรงงานอาจมีผลให้เกิดการจ้างงานหรือส่งเสริมให้ผู้สูงอายุประกอบอาชีพได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น การขยายความสำเร็จในวงกว้างจะต้องได้รับความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในการจ้างงาน ภาคส่วนที่มีความสำคัญ ได้แก่ ผู้ประกอบการ/นายจ้าง ซึ่งเป็นผู้ที่ตัดสินใจจ้างหรือไม่จ้าง

          ดังนั้น จึงเห็นว่าแนวทางในการส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดการจ้างงานแรงงานได้ต่อเนื่องยาวนานจนถึงวัยสูงอายุ ได้แก่

          (1) ส่งเสริม/สนับสนุน สร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบการเห็นคุณค่าของแรงงานสูงอายุ ในด้านประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในงานที่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่นายจ้างในการช่วยลดต้นทุนจากการฝึกงานแรงงานรุ่นใหม่

          (2) ภาครัฐต้องกำหนดมาตรการที่สร้างแรงจูงใจให้แก่สถานประกอบการ/นายจ้าง ในการจ้างงานผู้สูงอายุ เช่น มาตรการภาษีหรือมาตรการสนับสนุนต่างๆที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น

          กระทรวงแรงงานถือเป็นภารกิจสำคัญที่จะร่วมเป็นพลังผลักดันให้ผู้สูงอายุได้มีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้เพื่อการพึ่งพาตนเอง รวมทั้งมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศต่อไป

                                                                        ขอบคุณค่ะ





อ่าน 101 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 ปัญหาแรงงานไทยในปัจจุบัน
 วิกฤต โอกาส และอริยวิถีการเมืองไทย: ข้อเสนอต่อประชาชนและขบวนการสหภาพแรงงาน
 บทวิพากษ์วันแรงงานแห่งชาติประจำปี 2553 กับ ปฐมบทของวันแรงงานสากล The Critic of the Thai National May Day in the Year 2010 and the Origin of the International May Day
 สรุปผลการสัมมนาเรื่อง แรงงานกับการพัฒนาศักยภาพและความได้เปรียบทางการแข่งขัน ของประเทศไทยเพื่อก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) 2015
 คำกล่าวปาฐกถา ปลัดกระทรวงแรงงาน ในวัน นิคม จันทรวิทุร ปี 2559

 
 
 
   รำลึก...ชีวิตการงาน ศาสตราจารย์นิคม จันทรวิทุร 
   บรรณานุกรมผลงาน 
   รำลึกถึงปรีดี และการปฎิวัติที่แท้จริง  
   อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ กับงานแรงงานของประเทศไทย  
    อาจารย์ป๋วย ผู้ใหญ่ที่มีน้ำใจต่อผู้ใช้แรงงาน  
    อาจารย์ผู้สร้างระบอบประชาธิปไตยของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน  
    ระดมกำลังสติปัญญาช่วยแก้ปัญหารัฐวิสาหกิจ 
    ภาระความรับผิดชอบ ความถูกต้องของคณะกรรมการค่าจ้าง  
   กรรมการค่าจ้าง-ภารกิจที่ยังไม่เสร็จ 
    ญี่ปุ่นในยุค เครื่องจักรและหุ่นยนต์  
   คำพิพากษาประวัติศาสตร์ 
ดูทั้งหมด >>
 
 
 
 
หน้าหลัก | ข่าวสารและกิจกรรม | วัตถุประสงค์ | นโยบาย | คณะกรรมการ | รูปภาพ | สมุดเยี่ยมชม | ติดต่อมูลนิธิ
Copyright 2009 www.nikonfoundation.org All rights reserved.
ข้อมูลภายใต้การดูแลของ มูลนิธินิคมจันทรวิทุร   Tel : 081-6134792   E-mail : octnet74@gmail.com