บทความหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน
(วันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2531)
นิคม จันทรวิทูร
อาจารย์ปรีดี ผู้สร้างระบอบประชาธิปไตย ของประชาชน
เพื่อประชาชน และโดยประชาชน
          การเมืองในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ก็ไม่ได้แตกต่างกับช่วงไตรมาสของปีที่แล้วมีความสับสนอึมครึมและไม่แน่นอนหลังจากหลังจากที่ได้มีการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยที่สองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านก็ได้เสนอญัตติไม่ไว้วางใจคณะรัฐบาลทั้งคณะ และประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้รับญัตติดังกล่าวและกำหนดให้มีการอภิปรายกันในวันที่ 9 พฤษภาคม

          เหตุการณ์เขม็งเกลียวเมื่อปีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ในวันที่ 28 เมษายน 2531 ใช้เวลาถึง 6 ½ ชั่วโมง จึงให้การยอมรับภายใต้การคัดค้านของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์กลุ่ม 10 มกรา เป็นเหตุให้ ครม.พรรคประชาธิปัตย์ได้ลาออกในวันรุ่งขึ้นตามด้วยการประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรในค่ำวันที่ 29 เมษายน

          ความไม่แน่นอน ความไม่มั่นคงของระบอบประชาธิปไตยจนถึงขั้นยุบสภาเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วง 50 ปีที่แล้ว ในช่วงพลเอกเปรมเป็นนายกฯ ก็มีการยุบสภามาแล้วรวมครั้งนี้ 3 ครั้ง

          สาเหตุสำคัญที่สุดของความไม่มั่นคงของระบอบประชาธิปไตยอยู่ที่ขาดปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจที่จะช่วยให้ประชาชนส่วนใหญ่เข้ามามีส่วนในทางการเมืองอย่างเดียวที่การเมืองโดยทั่ว ๆ ไปแม้แต่การเลือกตั้งผู้แทนปวงชนก็เป็นเรื่องของคนส่วนน้อย ยกตัวอย่างในการเลือกตั้งครั้งใหญ่เมื่อเดือนกรกฎาคม 2529 ในกรุงเทพมหานครนี้เอง ผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งมีไม่ถึงแม้แต่ 30% ของประชากรผู้มีสิทธิ คาดกันว่าการเลือกตั้งใหญ่ครั้งใหม่นี้ก็คงจะไม่แตกต่างกันมากนัก ความจำเป็นที่จะให้ประชาชนส่วนใหญ่เข้ามามีส่วนในทางการเมืองเป็นเรื่องที่ตระหนักดี โดยผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกซึ่งประกาศใช้เมื่อปี 2475 บุคคลผู้นั้นก็คือ อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส ซึ่งหากมีชีวิตจนถึงขณะนี้ท่านก็อายุครบ 85 ปีในวันที่ 11 พฤษภาคม ศกนี้

          เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของอาจารย์ปรีดีที่มีต่อประเทศชาติ และเพื่อความมั่นคงของระบอบประชาธิปไตย ผู้เขียนจึงขอเสนอแนวคิดของอาจารย์ปรีดีดังต่อไปนี้ อาจารย์ปรีดีเป็นตัวอย่างของนักคิดนักประชาธิปไตยที่เห็นคุณค่าของคนไทยธรรมดาทั้งหลาย ตั้งแต่ริเริ่มระบอบประชาธิปไตย ความคิดดังกล่าวได้ยืนหยัดตลอดมาแม้ในช่วงที่ต้องลี้ภัยยังต่างประเทศ

          อาจารย์ปรีดีโดยการศึกษาเป็นนักกฎหมายที่ปราดเปรื่อง และเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่เชี่ยวชาญอย่างสูง แต่ตระหนักและให้ความสำคัญแก่ปัจจัยทางสังคมเป็นอย่างมาก

          ดังนั้น เมื่อคณะราษฎรได้ประกาศใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญในปีพ.ศ.2475 แล้วอาจารย์ปรีดีก็ได้เสนอเค้าโครงเศรษฐกิจเพื่อเป็นฐานรองรับการปกครองระบอกประชาธิปไตย

          ในการศึกษาเค้าโครงเศรษฐกิจและร่างกฎหมายคือร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการประกันความสุขสมบูรณ์ของราษฎร และร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการประกอบเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ แล้วก็จะเห็นว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดที่อาจารย์ปรีดีได้เสนอไปยังคณะราษฎร์ “คือการบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลจะหางานให้ราษฎรทุกคนทำ” แน่นอนเป้าหมายดังกล่าวมุ่งที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของราษฎรอันเกิดจากภาวะทางเศรษฐกิจตกต่ำ แต่ขณะเดียวกันก็ยังเป็นเป้าหมายหลักที่จะสร้างสรรค์ความเจริญทางสังคมการเมืองให้แก่ประเทศไทย

          ในการที่จะนำเป้าหมายดังกล่าวไปปฏิบัติ อาจารย์ปรีดีเสนอให้ใช้หลักสหกรณ์ขึ้นในระดับตำบล ผู้ทำหน้าที่นารผลิตการแลกเปลี่ยนและสินเชื่อ

          เนื่องจากเป็นเค้าโครางย่อ อาจารย์ปรีดียังไม่ได้มีโอกาสเขียนชี้แจงรายละเอียดทางคณะราษฎรตลอดจนผู้เกี่ยวข้องยังไม่ได้มีเวลาศึกษาอย่างเต็มที่ จึงก่อให้เกิดความเข้าใจผิด จนเป็นผลให้อาจารย์ปรีดีต้องเดินทางไปต่างประเทศในปี 2476 เกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจารย์ปรีดีเคยพูดกับนักเรียนไทยที่ประเทศอังกฤษในช่วงที่ท่านได้ไปเยี่ยมเมื่อปี 2512 ว่า

          “แผนเศรษฐกิจที่ได้จัดทำขึ้นเมื่อปี 2475 นั้น จัดทำขึ้นก็เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศไทยได้เป็นไปโดยเหมาะสมแก่สภาพของประเทศที่เป็นอยู่ในขณะนั้น เพราะตนเองเป็นคนเกิดในชนบท ได้พบเห็นภาระและความเป็นอยู่ของชาวนา ซึ่งได้รับการบีบคั้นและเดือดร้อนเป็นอันมาก แต่เผอิญการจัดทำและเสนอแผนเศรษฐกิจในขณะนั้นยังไม่ทันมีโอกาสชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจได้แจ่มแจ้ง ก็มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขึ้น”

          กล่าวโดยสรุปเค้าโครงเศรษฐกิจและร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องในความคิดของอาจารย์ปรีดี เป็นฐานสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยซึ่งเป็นไปตามหลัก 6 ประการของคณะราษฎร โดยเฉพาะนโยบาย “การบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ กรให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาค มีอิสรภาพ ได้รับการศึกษา และมีงานทำ”

          ฉะนั้น เค้าโครงเศรษฐกิจและรายละเอียดของกฎหมายเป็นแกนกลางในการจัดสรรกำลังแรงงาน เทคโนโลยี การรวมตัวของแรงงานในภาคเกษตรกร ภาคอุตสาหกรรมในรูปสหกรณ์

          ในการเสนอแนวคิดดังกล่าว อาจารย์ปรีดีคงตระหนักดีว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยจะก้าวหน้ามั่งคงได้ขึ้นอยู่กับประชากรส่วนใหญ่ที่มีการศึกษา มีการมีงานที่ให้รายได้ที่เหมาะสม มีความมั่นคงในการทำงานและการครองชีพ

          เป็นที่น่าสนใจถ้าจะกล่าวถึงแนวคิดในทำนองเดียวกันกล่าวคือ การใช้สิทธิต่าง ๆ ทางการเมือง โดยเฉพาะเสรีภาพในการพูด เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในการเลือกผู้แทนนั้น ประธานาธิบดีรูสเวล ของสหรัฐในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนั้นก็ได้เน้นอยู่เสมอว่า สิทธิทางการเมืองจะสามารถใช้ได้อย่างเต็มที่ โดยประชาชนส่วนใหญ่ก็ต่อเมื่อประชาชนส่วนใหญ่เหล่านั้นมีปัจจัย 4 ที่มั่นคงและเพียงพอ

          ประสบการณ์ทางการเมืองของไทยที่มีการล้มลุกคลุกคลานมาในช่วง 5 ศตวรรษที่แล้วคงจะเป็นคำตอบที่ชัดแจ้งได้ดี เพราะจนถึงปัจจุบันนี้แม้คนไทยจำนวนไม่น้อยจะมีการศึกษาพอสมควร แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังยากจนขาดรายได้ที่เพียงพอในการครองชีพขาดปัจจัย 4 ที่เหมาะสม แรงงานในเมืองก็ยังประสบปัญหาค่าจ้าง สภาพการทำงานไม่ดี ประสบความเดือดร้อนในการทำงาน ตกงานและว่างงาน ขาดหลักประกันทุกอย่าง มีชีวิตวันต่อวัน มีอะไรก็พยายามไขว่คว้าไว้ ไม่ว่าจะถูกต้องชอบธรรมหรือไม่

          ด้วยสภาพทางจิตใจดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรในช่วง 10 ปีที่แล้วจึงเต็มไปด้วยการใช้เงินใช้ทองซื้อคะแนน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือแม้ในกลางเมืองหลวง เพราะว่าราษฎรเหล่านี้ตระหนักดีกว่าสิ่งใดที่มาเสนอเฉพาะหน้า สามารถแก้ปัญหาและความเดือดร้อนต่าง ๆ

          ผลการเลือกตั้งครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2529 ก็ได้ยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าว มีการกล่าวหากันมากกว่าการเลือกตั้งเกือบทุกจังหวัดมีการใช้เงินทองซื้อคะแนน ผู้เขียนก็ใคร่ขอยืนยันไว้ ณ ที่นี้ด้วยว่าแม้ในเขต 8 ในกทม.ที่ผู้เขียนเป็นผู้สมัครคนหนึ่ง และที่พ่ายแพ้คะแนนไป 800 คะแนน ก็เพราะผู้เขียนยืนหยัดที่จะไม่ใช้เงิน ประจักษ์พยานอึกอันหนึ่งก็คือสถาบันวิจัยสังคมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้วิเคราะห์ผู้ได้รับเลือกตั้ง 354 ท่านในคราวนั้น ก็รายงานว่าเกือบ 60% ของผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นนักธุรกิจ นักอุตสาหกรรม

          ด้วยเหตุนี้รูปร่างหน้าตาของนักการเมืองไทยเป็นอย่างนี้ และบรรยากาศประชาธิปไตยของเราเป็นอย่างนี้ คือการมีอำนาจในบ้านในเมืองเป็นเรื่องของคนส่วนน้อย คนส่วนใหญ่มีโอกาสก็เฉพาะไปลงคะแนนเลือกตั้ง และเมื่อเขาหิวก็จำเป็นต้องยอมรับอามิสสินจ้าง ซึ่งเป็นสภาวะทางการเมืองปัจจุบันเป็นสภาวะการเมือง ซึ่งสามารถดำเนินอยู่ได้โดยอาศัยอำนาจเงิน ประกอบกับฐานกำลังทางทหาร ตราบใดอำนาจทั้งสองนี้ยังสามารถปรองดองกันได้ ประชาธิปไตยแบบไทยก็ยังคงอยู่ และเมื่อไหร่ประโยชน์ขัดกันระบบรัฐสภาก็ย่อมสิ้นสุดลง

          ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของท่านอาจารย์ปรีดีพนมยงค์ มาบรรจบอกครั้งหนึ่งก็อยากจะเชิญชวนคนไทยทั้งหลายระลึกถึงชีวิตและงานของท่าน แม้อาจารย์ปรีดีมีโอกาสรับใช้ชาติบ้านเมืองไม่นานนัก แต่ผลงานนั้นยิ่งใหญ่ยากที่จะมีใครเสมอเหมือน เริ่มเข้ารับราชการก็เป็นนักการศึกษาที่ก่อสร้างมหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของประเทศไทย เข้าสู่วงการเมืองตั้งแต่อายุยังหนุ่ม นำความรู้และแนวคิดมาสร้างสรรค์ประชาธิปไตย และเป็นผู้สร้างรากฐานการปกครอง การเศรษฐกิจ การเงิน การคลังของประเทศ และในท้ายสุดเป็นผู้กอบกู้เอกราชของชาติในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงบั้นปลายของชีวิตก็ยังไม่หยุดยั้งที่จะเสนอแนวคิด เพื่อความเจริญก้าวหน้าความมั่นคงของชาติบ้านเมือง อาจารย์ปรีดีเป็นคนไทยที่รักชาติ รักประชาชน และใคร่ที่จะเห็นประเทศไทย มีการพัฒนาไปสู่สังคมที่เป็นธรรม เป็นประชาธิปไตยที่ให้โอกาสคนไทยธรรมดาส่วน


อ่าน 97 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting



 
 
 
   รำลึก...ชีวิตการงาน ศาสตราจารย์นิคม จันทรวิทุร 
   บรรณานุกรมผลงาน 
   รำลึกถึงปรีดี และการปฎิวัติที่แท้จริง  
   อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ กับงานแรงงานของประเทศไทย  
    อาจารย์ป๋วย ผู้ใหญ่ที่มีน้ำใจต่อผู้ใช้แรงงาน  
    อาจารย์ผู้สร้างระบอบประชาธิปไตยของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน  
    ระดมกำลังสติปัญญาช่วยแก้ปัญหารัฐวิสาหกิจ 
    ภาระความรับผิดชอบ ความถูกต้องของคณะกรรมการค่าจ้าง  
   กรรมการค่าจ้าง-ภารกิจที่ยังไม่เสร็จ 
    ญี่ปุ่นในยุค เครื่องจักรและหุ่นยนต์  
   คำพิพากษาประวัติศาสตร์ 
ดูทั้งหมด >>
 
 
 
 
หน้าหลัก | ข่าวสารและกิจกรรม | วัตถุประสงค์ | นโยบาย | คณะกรรมการ | รูปภาพ | สมุดเยี่ยมชม | ติดต่อมูลนิธิ
Copyright 2009 www.nikonfoundation.org All rights reserved.
ข้อมูลภายใต้การดูแลของ มูลนิธินิคมจันทรวิทุร   Tel : 081-6134792   E-mail : octnet74@gmail.com